คลิ๊กที่นี่เพื่อกลับสู่หน้าแรกของอุบลราชธานีไกด์

 

เส้ นทางท่ องเที่ยวแนะนำ RouteTourist

ท่องอุบลฯ กับ....เส้นทางธรรมชาติ
ย่ำราตรีที่อุบล : Shutdown in Ubon
เส้นทางการท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ "ลาวตอนใต้"
กระดานข่าว - สนทนา  ข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี
ห้องภาพอุบลราชธานี...เชิญชมและโพสต์ค่ะ
 
ห้องภาพอุบลราชธานี...เชิญชมและโพสต์ค่ะ
 
 
มาเป็นเพื่อนบ้านออนซอน..กันเด้อ
สนับสนุนค่าโฮสต์และโดเมนเนม
 

จากช่องเม็ก ด่านพรมแดน ของไทยซึ่งอยู่ในเขตอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานีออกเดินทางมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันวันออกโดยถนนลาดยางประมาณ 45 กิโลเมตร ก็จะถึงเมืองปากเซและเป็นที่ตั้งแขวงจำปาสักด้วยที่นี้มีโรงแรมที่พักในปากเซ ร้านอาหาร ร้านขายสินค้าของฝาก สิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวครบครัน ใช้เป็นจุดพัก ท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ พื้นที่แขวงจำปาสัก ซึ่งเป็นแขวงที่

 สำคัญทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของลาวตอนใต้ถ้าจะท่องเที่ยวสบายไม่รีบร้อนควรใช้เวลาอย่างน้อย 3 วัน 2 คืน จะเหมาะที่สุด เส้นทางการเดินทางท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปเที่ยวกัน ได้แก่

เส้นทางที่ 1จากเมืองปากเซ ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 13 ไปทางทิศใต้ ถึงหลักกิโลเมตรที่ 30 เลี้ยวขวาประมาณ 3 กิโลเมตร ข้ามแม่น้ำโขงโดยแพ เดินทางผ่านเมืองเก่า จำปาสักไปไม่นานก็จะถึง ปราสาทวัดพู ซึ่งเป็นสำถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของแหล่งอารยธรรมโบราณต่าง ๆ ในอาณาจักรเจนละ

พุทธศตวรรษที่ 11 - 13 สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ รูปลักษณ์อันแปลกประหลาดของพูป่าสัก ที่สูงเสียดฟ้าคล้ายชะเงี้ยมผาชะลูดผู้ที่พบเห็นต่างก็ต่างก็จินตนาการเป็นรูปร่างต่างๆกันไป นอกจากนี้ยังพบน้ำพระบาทผุดขึ้นมาจากตาน้ำตรงบริเวณปากถ้ำใกล้ ๆ กับตอนบนสุดของปราสาท ไหลออกมาเป็นลำธาร นอกเขตมีบาราย (สระน้ำ) ขนาดใหญ่สมัยโบราณใช้เป็นที่แข่งเรือและที่สรงน้ำในพิธีกรรมต่าง ๆ ตรงบริเวณใกล้เชิงเขา ภูมิประเทศจะเป็นทะเลสาบตื้น ๆ แต่มีอาณาเขตกว้างขวางมาก ถัดจากทะเลสาบเป็นลานดินยาวไปถึงเชิงเขา เป็นส่วนหนึ่งของเมืองในอดีต มีร่องรอยแนวคันดิน ซากสิ่งปลูกสร้างหลงเหลืออยู่ บันไดทางขึ้นที่ตัดในแนวตะวันออก - ตะวันตกจะทอดผ่านสระน้ำรูปสี่เหลี่ยม 2 แห่ง ตรงขึ้นไปสูชาลา (ทางเดิน) ชั้นกลางมีปรางค์ 2 หลัง ขนาบอยู่ทั้งสองข้าง สังเกตจากภาพสลักเชื่อกันว่าปรางค์ทางขวามือเป็นสถานที่บวงสรวงบูชาสำหรับบุรุษ ส่วนทางซ้ายเป็นสถานที่บวงสรวงบูชาสำหรับสตรี แยกออกเป็นสัดส่วนไม่ปะปนกัน ทางเดินขึ้นจะทอดผ่านสิ่งปลูกสร้างหลายหลัง ซึ่งมีสภาพปรักหักพังจนไม่เห็นว่าสร้างขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์อะไร ทางขวามือห่างไปอีก 10 เมตร มีหินสลัก สัญลักษณ์แห่งสตรีเพศและความอุดมสมบูรณ์แห่งศาสนาฮินดู ซึ่งยังมีชาวลาวที่นับถือศาสนาฮินดู นำดอกไม้ธูปเทียนมาบูชาจำนวนมาก ปัจจุบันปราสาทวัดพู ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 2 ของลาว

หลักกิโลเมตรที่ 67 จะถึงบ้านห้วยแม่สังข์ นักท่องเที่ยวจะจอดรถพักริมทางเข้าห้องน้ำ ซื้ออาหารว่าง ของป่า เช่น เนื้อกวางตากแห้ง นกกระจอกย่าง ไก่ย่าง กล้วยปิ้ง จากชาวบ้านละแวกนั้นทั้งสองข้างทาง

หลักกิโลเมตรที่ 126 มีท่าเรือข้ามฟากไป ดอนโขง เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด เจริญที่สุดมีวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีวิลล่ารีสอร์ทในยุคอาณานิคมของฝรั่งเศสที่ได้รับการซ่อมแซมใหม่ เปิดบริการให้กับนักท่องเที่ยวอยู่หลายแห่ง รวมทั้งมีร้านอาหารจีนริมน้ำโขงและมีถนนลูกรังตัดไปรอบๆ เกาะ จักรยานจึงเป็นพาหนะที่เหมาะสมที่สุดในการเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งเรียงรายอยู่หลายแห่งบนเกาะ เช่น วัดพวงแก้ว อยู่หลังโรงแรมศาลาดอนโขง มีพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่มากอยู่ในพระอุโบสถ วัดจอมทอง เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในเขตดอนโขง และต้องการปัจจัยเพื่อบูรณะซ่อมแซม นักท่องเที่ยวที่มาอยู่หลายวันจะพักค้างคืนกันที่เมืองโขง ซึ่งได้ชื่อว่ามีบรรยากาศโรแมนติกและน่ารื่นรมย์มาก เป็นประตูผ่านไปสู่เกาะแก่งต่าง ๆ ทางตอนใต้อีกด้วย ในการยึดครองอินโดจีนของฝรั่งเศส ต้องอาศัยการคมนาคมที่มีประสิทธิภาพเพื่อการขนถ่ายสินค้าอุปโภค บริโภค และอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ การเดินทางที่สะดวกที่สุดมีเพียงทางเดียวคือ แม่น้ำโขง ทำให้บริษัทเดินเรือในแม่น้ำโขงในยุคนั้นได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลฝรั่งเศสเป็นจำนวนมากในการสำรวจแม่น้ำโขงอย่างละเอียด โดยเริ่มต้นจากระยะทางกิโลเมตรที่ 0 จากเมืองไซง่อน (โฮจิมินห์ซิตี้) ในเวียดนามไหล่เรื่อยขึ้นมาจนถึงเมืองเวียงจันทร์ โดยสร้างเสาทำด้วยปูนซีเมนต์ขนาดใหญ่ไว้ เพื่อบอกทิศทางการเดินเรือที่ถูกต้องไม่ให้เรือชนกับแก่งหินในแม่น้ำโขง จะเห็นได้ชัดหน้าแล้ง แต่ในเมื่อน้ำหลากจะจมอยู่ใต้น้ำเสียเป็นส่วนมาก

หลักกิโลเมตรที่ 144 มีทางแยกเลี้ยวขวาไปริมแม่น้ำโขง (บ้านนากะสัง) นั่งเรือหางยาวล่องแม่น้ำโขงผ่านเกาะแก่งเล็ก ๆ อีกประมาณ 4 กิโลเมตร ถึง ดอนเดช ซึ่งเป็นเกาะขนาดใหญ่กลางลำน้ำโขง มีประชากรตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่มาช้านานแล้ว เดินทางต่ออีกประมาณ 1 กิโลเมตร โดยรถรับจ้างของชาวบ้าน ถึง ดอนคอน พบวิลล่ายุคอาณานิคม 2 - 3 หลัง ตั้งอยู่กลางดงไม้ ระหว่างทางอาจแวะชมเส้นทางขวามือตัดตรงเข้ามายังเส้นทางซากรถไฟที่ฝรั่งเศสสร้าง และหัวรถจักรไอน้ำที่เคยใช้งานในช่วงทศวรรษที่ 20 มุ่งหน้าต่อไปอีก 1 กิโลเมตร จะพบ น้ำตกหลี่ผี ตั้งอยู่ในเขตดอนคอน หลี่ผี เป็นภาษาลาว หลี่ หมายถึง เครื่องมือจับปลาชนิดหนึ่งคล้ายลอบ ส่วนคำว่า ผี คงไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติม ซึ่งบริเวณน้ำตกหลี่ผีนี้จะมีน้ำไหลบ่าไปตามพื้นที่ราบบนหินแบน ๆ แล้วไหลตกลงมาตรงช่องซอกเขาที่แตกแยกออกจากกัน กระแสน้ำสีเขียวเข้มในหน้าแล้ง หรือสีเขียวขุ่นในหน้าน้ำหลากผสมกับสีขาว จากการแตกฟองของน้ำและตกลงเบื้องล่าง ไหลวิ่งไหล่กันไปเรื่อย ๆ ในรอยแยกของซอกเขาเป็นทางไกลลิบลับ จุดที่พบศพ (ผี) นั้นเป็นศพของทหารญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งไหลตามน้ำมารวมกันตรงแอ่งหินใหญ่ตรงกลางตรงกลางของผาตรงนั้น น้ำจะวนไปมาแล้วจะล้นตกลงไปอีกตอนหนึ่งในระดับล่าง ทำให้ศพเหล่านั้นลอยมาติดในหลี่จับปลารวมกันมากมายในบริเวณนั้น จึงเรียก หลี่ผี

หลักกิโลเมตรที่ 150 ของทางหลวงหมายเลข 13 เลี้ยวขวาประมาณ 2 กิโลเมตร ถึงอุทยานแห่งชาติเมืองโขง จะได้ยินเสียงน้ำตกดังแต่ไกลก่อนที่จะถึงน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในเขตแม่น้ำโขงตอนล่าง ที่ได้รับสมญานามว่าเป็น ไนแองการ่าแห่งเอเชีย คือ น้ำตกคอนพะเพ็ง เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตแม่น้ำโขงตอนล่างอยู่บนแก่งหินขนาดมหึมาที่กั้นทางเดินของลำน้ำโขงทั้งสาย มีความต่างกันระดับความสูง 10 เมตรเศษ แม้จะ

  ไม่สูงนักแต่กระแสน้ำยิ่งใหญ่และรุนแรงด้วย แม่น้ำโขงทั้งสายไหลแยกมาเป็นหลายสาย ถ้าหากเป็นน้ำตกก็นับเป็นร้อยสาย เพราะแรงดันของน้ำจำนวนมหาศาลที่โถมกระหน่ำราวกับจะถล่มทลายแก่งหินอย่างดุดันกราดเกรี้ยว สร้างความประทับใจแก่ผู้ได้พบเห็น สมคำล่ำลือที่ยกย่องให้เป็น ไนแองการ่าแห่งเอเชีย ความอลังการแห่งสายน้ำ ทั้งกระโจน บิดตัว ปะทะ พลุ่งพล่านและกระจาย ก่อให้เกิดละอองไอน้ำแทรกตัวอยู่แทบทุกอณูของบรรยากาศ ภาพของน้ำตกที่น่าตื่นตาตื่นใจจะมองเห็นได้ชัดเจนที่สุดจากศาลาที่สร้างเอาไว้ข้างบนเหนือบริเวณน้ำตกจาก 3 ระดับ 3 ด้าน ที่ไหลถาโถมลงมารวมกันพอดี บรรดาชาวประมงมักยอมเสี่ยงอันตรายปีนบันไดไม้ไผ่ออกไปวางเบ็ดตกปลากันในบริเวณนี้เสมอ รวมทั้งมีนกกินปลามาโฉบลงน้ำจับปลาตัวเล็กเป็นอาหารกันหนาแน่นมากในบริเวณน้ำตกยังมีร้านขายไก่ย่าง ข้าวเหนียว ส้มตำ ปลาเผา แกล้มเบียร์จำหน่ายพร้อมสรรพ บรรยากาศน่านั่งรับประทานอาหารยิ่งนัก

ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 13 เส้นทางปากเซ - บ้านเวินคาม ระยะทางประมาณ 158 กิโลเมตร แยกขวาอีก 3 กิโลเมตร ถึงบ้านเวินคามชายแดนลาว - กัมพูชา นั่งเรือประมาณ 30 นาที ชมปลาโลมาน้ำจืดกว่า 50 ตัว (โลมาอิรวดี) ส่วนใหญ่อยู่กันเป็นฝูง แม่น้ำโขงช่วงนี้จะมีความกว้างประมาณ 12 กิโลเมตร มีเกาะแก่งมากมายประมาณ 4,000 เกาะ ซึ่งอาจเป็นที่มาของ มหานทีสี่พันดอน หรือ ศรีพันดอน เป็นเขตที่มีธรรมชาติและวิถีชีวิตแบบชนบทที่งดงาม ในช่วงนี้แม่น้ำโขงจะมีความกว้างที่สุดในฤดูน้ำหลากจะวัดความกว้างได้ถึง 12 กิโลเมตร และเมื่อน้ำลดเกาะแก่งเล็ก ๆ ก็จะผุดขึ้นมามากมาย จนทำให้ได้ชื่อว่า สี่พันดอน คนไทยจะเรียกว่า ศรีพันดอน ขากลับแวะชมตลาดเย็นที่บ้านหลักกิโลเมตรที่ 14 ชมเฝ่าต่าง ๆ ขายของสด อาหารป่า ผักป่า ผักพื้นบ้าน สัตว์พื้นบ้านจากท้องนาท้องทุ่งมากมาย
 เส้นทางที่ 2 เส้นทางปากเซ - ปากช่อง

เดินทางไปถึงหลักกิโลเมตรที่ 38 เลี้ยวขวาประมาณ 1 กิโลเมตร ถึงน้ำตกตาดฟาน ซึ่งบริเวณน้ำตกมีรีสอร์ท แห่งหนึ่งชื่อว่า ตาดฟานรีสอร์ท เจ้าของเป็นคนไทยได้รับสัมปทาน ชื่อ คุณกฤษณา หาระสา ท่านผู้อ่านที่เป็นหนอนหนังสือในอดีตเมื่อ 20 ปีที่แล้วคงคุ้นเคยกับนามปากกา กระดาษแก้ว ของเธอดี ตาดฟานรีสอร์ท รีสอร์ทเล็ก ๆ น่ารักสไตล์ใกล้เคียงกับธรรมชาติ จำนวนห้องพักทั้งหมด 13 ห้อง ราคาตั้งแต่ 800 - 1,300 บาท ถ้ามีเวลาในการเดินทางเหลือพอควรจะพักค้างแรม ยิ่งถ้าอยู่ในช่วงพระจันทร์วันเพ็ญ ดวงดาวเต็มท้องฟ้าด้วยบรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติกเลยจริง ๆ ก่อนถึงทางแยกเข้าน้ำตกตาดฟาน มีไร่กาแฟที่นักท่องเที่ยวสามารถแวะชิมกาแฟสด ชา และซื้อกลับบ้านเป็นของฝากได้

เลยทางแยกเข้าน้ำตกตาดฟานไปไม่ไกลจะมีทางแยกเลี้ยวขวาเข้าไปยังน้ำตกตาดเยือง เราจะถึงลำธารของน้ำตกก่อน  จากนั้นจะมีทางไต่ลงไปข้างล้างเพื่อดูจากข้างล่างขึ้นมาเห็นน้ำตกสวยงามมาก มีละอองน้ำกระเซ็นมากระทบตัวตลอดเวลาที่อยู่ข้างล่างที่นี่มีร้านกาแฟบริการนักท่องเที่ยวด้วย เลยทางแยกเข้าน้ำตกตาดเยืองไปไม่ไกลจะถึงเมือง ปากซอง หรือ ปากช่อง เป็นเมืองที่มีตลาดสดขายสินค้าเช่นเดียวกันกับเมืองปากเซ เมืองปากซองอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,200 เมตรนับว่าเป็นเมืองที่มีอากาศเย็นตลอดปี สามารถปลูกพืชผักเมืองหนาวได้ เหมาะสำหรับมาผักผ่อนสัมผัสอากาศบริสุทธิ์และธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง

เส้นทางที่ 3 เส้นทางปากเซ - สาละวัน

เดินทางโดยรถยนต์ตาม เส้นทางปากเซ - ปากซอง ถึงหลักกิโลเมตรที่ 21 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 16 แล้วเดินทางต่อไปอีกประมาณ 11 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายมือเราเลี้ยวซ้ายอีก 2 กิโลเมตร ถึง น้ำตกตาดผาส่วม จากนั้นเดินทางข้ามสะพานไม้ลวดสลิงระยะทางประมาณ 100 เมตร ก็จะถึงน้ำตกตาดผาส่วมตั้งอยู่ในเมืองบาเจียงเจริญสุข แขวงจำปาสัก น้ำตกผาส่วม ตั้งอยู่บนที่ราบโบโลเวนใน  อุทยานแห่งชาติ

บาเจียง ซึ่งดั้งเดิม เมื่อหลายร้อยล้านปีก่อนดินแดนแห่งนี้เคยเป็นถิ่นภูเขาไฟ และท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่ากระแสน้ำทั้งหลั่งไหลลงสู่แท่งหินยักษ์สีดำทะมึน ซึ่งเกิดจากลาวาที่เย็นตัวแล้วเกิดการระเบิดของภูเขาไฟ ธรรมชาติได้นำแท่งหินมาตกแต่งไว้เป็นห้อง ๆ ในภาษาลาว คำว่า ส่วม มีความหมายว่า ห้อง และคำว่า ตาด หมายถึง น้ำตก ดังนั้น น้ำตกตาดผาส่วมจึงหมายถึง น้ำตกห้อง ซึ่งตกกับลักษณะของน้ำตกที่มีแท่งหินขนาดยักษ์มีลักษณะคล้ายห้องสำหรับบริเวณโดยรอบของน้ำตกตาด ผาส่วม ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ อากาศเย็นสบายเหมาะแก่การพักผ่อน คนลาวนิยมพาครอบครัวมาท่องเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์ จากบริเวณลานจอดรถหน้าน้ำตกตาดผาส่วนเดินไปอีก 100 เมตร จะเป็นศูนย์วัฒนธรรมชนเผ่าในอุทยานแห่งชาติบาเจียงแห่งนี้ได้จำลองบ้านชนเผ่าต่าง ๆ ที่ดำรงชีวิตอยู่ในลาวใต้ เช่น เผ่าละเวน เผ่าอาลัก เผ่ากะตู้ และเผ่าตะโอ้ย โดยการนำครอบครัวชนเผ่าต่าง ๆ อย่างละ 1- 2 ครอบครัวมาดำรงชีวิตอย่างธรรมชาติโดยการทอผ้า ปลูกพืชผัก ตำข้าวตลอดจนเลี้ยงสัตว์ ฯลฯ นักท่องเที่ยวจะได้ศึกษาและสัมผัสวิถีชีวิตตลอดจนความเป็นอยู่จริงๆ ตามธรรมชาติของชนเผ่าต่างๆ และยังมีบริการนักท่องเที่ยวในรูปแบบ Home stay พักค้างแรมทำกิจกรรมกับบรรดาชนเผ่าต่างๆ ภายในวัฒนธรรมแห่งนี้ ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวยุโรปและอเมริกาเป็นอันมาก หลังจากเที่ยวชมอย่างจุใจก็เดินทางกลับเมืองปากเซ

เลยทางแยกเข้าน้ำตกผาส่วม ตามเส้นทางแขวงสาละวันมุ่งหน้าต่อไปอีกจะถึงเมืองเลางาม เป็นเมืองเล็ก ๆ เลยจากเมืองเลางามไปไม่ไกลจะมีน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง คือ น้ำตกลาดเลาะ อยู่ในพื้นที่แขวงสาละวัน บริเวณน้ำตกมีเกสต์เฮาส์ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติพักอยู่หลายแห่งและมีรีสอร์ทให้นักท่องเที่ยวพักเช่นกัน

นักท่องเที่ยวมีเวลามากกว่า 3 วัน ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวแบบเจาะลึกให้เที่ยวกันอีกมากกว่านี้ ซึ่งในตลาดปากเซมีสินค้าแปลก ๆ ให้เราเดินเที่ยวชมและเลือกซื้อสินค้าเป็นของฝาก แต่ส่วนใหญ่เป็นสินค้ามาจากไทย จีน เวียดนาม เหมาะสำหรับเดินทางเที่ยวชมวิถีชีวิตชาวลาว ชมสินค้าได้แก่ ผ้าทอ เครื่องเงิน เป็นต้น ที่ปากเซยังมีร้านอาหารที่อร่อย ๆ หลายร้าน ฝีมือการปรุงที่มีรสชาติถูกปาก โดยเฉพาะขาหมู เมื่อพักค้างคืนที่เมืองปากเซแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวยามค่ำคืนของลาว ซึ่งมีอยู่หลายแห่ง ท่านจะได้พบบรรยากาศความบันเทิงแบบย้อนยุคหลายปีก่อน ซึ่งหาได้ยากมากในยุคปัจจุบัน

 
 

จัดทำเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2548

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง
- แบกเป้ใบเดียวเที่ยว ลาวใต้...สบายดี
 

 

 

 

มาเป็นเพื่อนบ้านออนซอน..กันเด้อ

 
 
 

อุบลราชธานีไกด์

ดูแลและสร้างสรรค์โดย  ครูโอ๊ต เว็บมาสเตอร์บ้านออนซอน

 

ติดต่อเว็บมาสเตอร์ webmaster@ubonguide.org

 18 ธันวาคม 2553