คลิ๊กที่นี่เพื่อกลับสู่หน้าแรกของอุบลราชธานีไกด์

 

เส้ นทางท่ องเที่ยวแนะนำ RouteTourist

เส้นทางการท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ "ลาวตอนใต้"
กระดานข่าว - สนทนา  ข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี
ห้องภาพอุบลราชธานี...เชิญชมและโพสต์ค่ะ
 
 
 
เอื้อเฟื้อข้อมูล
สนับสนุนค่าโฮสต์และโดเมนเนม
 

 

ออกเดินทางจากจังหวัดอุบลราชธานี ไปตามถนนหมายเลข 217 ไปทางทิศตะวันออก ถึงกิโลเมตรที่ 76 ถึงสามแยกนิคม เลี้ยวซ้ายไปตามถนนหมายเลข 2173 กิโลเมตรผ่านบ้านหนองชาด ซึ่งเป็นหมู่บ้านโฮมสเตย์ที่มีการเลี้ยงม้าพันธ์พื้นเมือง ไปไม่ไกลก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ อยู่ริมแม่น้ำมูล

หมู่บ้านโฮมสเตย์

อุบลไกด์ฉบับนี้เราจะพาท่านผู้อ่านไปเที่ยวชมดอกกระเจียว ในอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ ที่อุทยานมีบ้านพักสำหรับบริการนักท่องเที่ยว 4 หลัง สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้หลังละ 6 - 10 คน นอกจากนั้นก็มีอาคารสำหรับเข้าค่ายเยาวชน ชาย - หญิง อีก 2 หลัง จุได้หลังละประมาณ 25 คน มีเวทีกลางแจ้ง สถานที่ประชุมสัมมนาที่กาง เต็นท์พักแรมได้กว่า 500 คน นอกจากนี้ยังมีจักรยานและแพยางไว้บริการนักท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงที่สามารถไปท่องเที่ยวได้โดยรอบ ได้แก่ น้ำตกตาดโตน ที่มีแนวน้ำตกโค้งกว้าง คล้ายจอภาพยนตร์ น้ำตกรากไทร มีน้ำไหลตามรากไทรย้อยลงมาตามหน้าผาริมฝั่งแม่น้ำมูล คล้ายม่านมู่ลี่ ไหลลงสู่แผ่นหินกระจายเป็นละออง

สะพานแขวนคนเดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย (๒๙๕ เมตร)
สะพานแขวนยาว 295  เมตร ลานผาผึ้ง ซึ่งมีดอกหญ้าป่า เช่น ดุสิตา สร้อยสุวรรณา กระดุมเงิน หนาวเดือนห้า หยาดน้ำค้าง แววมยุรา เบ่งบานให้ชมในเดือน ตุลาคม - ธันวาคม ทุกปี และแก่งตะนะ ที่ติดกับที่ทำการของอุทยาน คำว่า"ตะนะ" เพี้ยนมาจากคำว่า "เตะเนี๊ย" เป็นภาษาขอมโบราณ แปลว่าแหล่งที่จับปลาอันเกิดตามธรรมชาติ มีลักษณะเป็นหลุมโพรงคล้ายถ้ำใต้น้ำขนาดเล็กและใหญ่มีปลาหลบซ่อนอยู่มากมาย และที่สำคัญที่เป็นเป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้คือ ดอกกระเจียว ซึ่งเป็นดอกไม้ป่าที่เราจะเดินทางไปชมกัน

 ดุสิตา

สร้อยสุวรรณา

กระดุมเงิน (มณีเทวา) กับกระดุมทอง

เรือนรับรองที่ทางอุทยานฯ จัดไว้ให้

คณะของอุบลไกด์ พักค้างคืนกันที่บ้านพักอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นครบครัน ตื่นเช้าร่างกายสดชื่นมากเนื่องจากได้สูดอากาศบริสุทธิ์ตลอดคืน รับประทานอาหารเช้าแล้วออกเดินทางโดยรถยนต์ไปที่บ้านเวินบึก การเดินทางได้เริ่มต้นขึ้นที่หน่วยป้องกันสัตว์ป่าเวินบึก จุดหมายปลายทางอยู่ที่ "ห้วยยาหัว"  เพื่อชมดอกกระเจียว แต่ถ้าจะขึ้นไปถึงจุดพักแรมและจุดชมวิวผาด่างซึ่งเป็นยอดเขาติดชายแดน

สปป.ลาว ต้องใช้การเดินเท้าเข้าไป 7 กิโลเมตร (ดูแผนที่ประกอบ)
การเดินทางในในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ จัดรถยนต์ไปส่งตามทางเกวียนทางป่าช่วงเริ่มต้นรถยนต์ขับผ่านหมู่บ้านไปก็จะเป็นป่าแพะหรือป่าแดง สภาพดินเป็นดินปนทรายแต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพลาญหิน ซึ่งไม่สามารถเพาะปลูกอะไรได้ ต้นไม้ขึ้นไม่ค่อยหนาแน่น ต้นไม้สูงจะมีสลับกับทุ่งหญ้าบ้าง โดยต้นไม้ส่วนใหญ่ที่มีให้เห็นได้แก่ ไม้เต็ง รัง เหียง มีดอกไม้ป่าสีสวยงามออกไปไกลจากหมู่บ้านมากขึ้นก็จะพบดอกกระเจียวขึ้นอยู่ประปรายในบริเวณที่เราผ่านไป ดอกกระเจียวเป็น

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ (นายพนม พงษ์สุวรรณ)

ดอกไม้ป่าที่ชอบขึ้นตามป่าแดง ป่าเต็งรัง มีหลายพันธุ์ มีทั้งที่กินได้และกินไม่ได้ แต่ละพันธุ์ก็จะมีสีสันสวยงามแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่ดอกกระเจียวจะมีสีชมพู-ม่วง พันธุ์ที่ขึ้นในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะอุบลราชธานีที่พบก็มี 4 ชนิดด้วยกัน ชนิดแรกเป็นกระเจียวที่กินเป็นอาหารได้ สีชมพู-ขาว มีก้านสั้นกลีบดอกเป็นชั้น ๆ ชนิดที่สองเป็นกระเจียวลาย ชนิดที่สามเป็นดอกกระเจียวบัวสวรรค์ ก้านเล็กยาวสีชมพู-ขาว ดอกไม่ใหญ่มาก ชนิดสุดท้ายเป็นกระเจียวใหญ่

 มีดอกเป็นชั้นๆหลายชั้นสีม่วงแดง ใบของกระเจียวคล้ายๆ ใบกระชาย เวลาที่ดอกกระเจียวบานก็จะเป็นช่วงฤดูฝน ประมาณเดือนกรกฎาคม- กันยายนของทุกปี ถ้าเป็นฤดูอื่นกระเจียวก็จะมีลักษณะเป็นหัวอยู่ในดิน ต่อเมื่อได้รับน้ำฝนดินชุ่มฉ่ำขึ้น หัวก็จะโผล่ก้านและดอกให้คนได้ชื่นชมความงดงาม

เราเดินทางต่อไปกันเรื่อยๆ ตั้งแต่เริ่มต้นเดินทางมาจนถึงจุดนี้ยังมีเส้นทางที่ชาวบ้านใช้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ การเดินทางก็เป็นทางลาดขึ้นเขาไม่สูงชันสามารถเดินทางไปได้อย่างไม่ยากนัก เราเดินทางต่อลงมาทางทิศใต้เฉียงมาทางทิศตะวันออกเล็กน้อย เข้าเขตอุทยานลึกมากเข้า ความเป็นป่าก็มี

ความชัดเจนมากขึ้น มีต้นไม้ขึ้นค่อนข้างหนาแน่น ต้นไม้สูงใหญ่พบเห็นมากขึ้น มีไม้พุ่มเตี้ยสลับกับทุ่งหญ้าประปราย เราพบเห็นดอกกระเจียวขึ้นทั่วไป เราเดินทางลาดชันขึ้นเขาและถึงริม"ห้วยยาหัว" ห้วยยาหัวนี้เมื่อก่อนชาวบ้านเข้ามาขุดเอาหัวยา ซึ่งเป็นสมุนไพรไปใช้กันจึงได้ชื่อว่า "ห้วยยาหัว" เราสิ้นสุดเส้นทางรถยนต์คิดเป็นระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร เราลงเดินเลาะริมห้วยยาหัวไปทางด้านทิศตะวันออก ทางเดินเป็นทางลาดขึ้นเขา มีต้นยางขึ้นอยู่บ้าง บริเวณนี้มีดอกกระเจียวขึ้นอยู่ทั่วไป เราเดินทางต่อไปเรื่อยๆ พบดอกไม้ป่ามีสีสันสวยงามแปลกตาพบกล้วยไม้พวกบวบลมที่ขึ้นอยู่ตามต้นไม้ และตามก้อนหินขนาดใหญ่

กล้วยไม้พวกบวบลม

โมกป่า

ม้าวิ่ง

เรายิ่งเดินลึกเข้าไปในอุทยานเท่าไร ป่ายิ่งรกทึบมากขึ้นเท่านั้น ตามลำห้วยสภาพป่าจะเป็นป่าดิบแล้ง มีไม้ประดู่ ไม้แดง ต้นหว้า ต้นสัก ต้นยาง ไม้ไผ่ ไม้เถาต่าง ๆ ขึ้นอยู่หนาแน่น มีไม้พุ่มและทุ่งหญ้าน้อยลง พูดถึงสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในป่าแถบนี้ ก็จะมีพวกเก้ง สุนัขจิ้งจอก หมู่ป่า ตะกวด งู เต่าบก แต่คณะของเรายังไม่เจอสัตว์พวกนี้เลย พบแต่นกชนิดต่างๆ มากมาย เราสิ้นสุดการเดินทางที่ลำธารต้นกำเนิดของลำห้วยยาหัว ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 200 เมตรเศษ คณะเราที่มีหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคำเขื่อนแก้ว และเจ้าหน้าที่ของหน่วยพิทักษ์ป่า รวมประมาณ 20 กว่าคน หยุดรับประทานอาหารกลางวันกันที่นี่ มันเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดมื้อหนึ่ง

ลุยป่าทึบ บนพะลานหิน ข้าวกับไข่ดาว กับพริกน้ำปลา มื้อที่อร่อยที่สุด

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ ให้ข้อมูลว่าถ้าเราเดินทางต่อไปอีกประมาณ ๓ กิโลเมตร ก็จะถึง ภูผาด่าง ซึ่งเป็นจุดพักแรมและจุดชมวิวภูอยู่สูงถึง 400 เมตร จากระดับน้ำทะเล รวมระยะจากหน่วยป้องกันรักษาป่าเวินบึกถึงภูผาด่าง 7 กิโลเมตร อากาศบนจุดชมวิวเย็นสบายถึงแม้ว่าจะเป็นในช่วงเวลากลางวัน บนยอดเขาแห่งนี้สามารถมองเห็นเมืองปากเซ แขวงจำปากสัก ของ สปป.ลาวได้ มองเห็นสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่เมืองปากเซ ที่ญี่ปุ่นมาสร้างให้ สปป. ลาว ได้เป็นมุมมองที่สวยงามมากๆ แต่วันนี้ถ้าจะไปให้ถึงก็คงใช้เวลาอีกครึ่งวัน เราจึงขอฝากไว้ก่อน

พักเหนื่อยริมห้วยยาหัว ก่อนปีนเขา

ขากลับเราเดินทางอ้อมอีกฟากหนึ่งของห้วยยาหัวแล้วก็ลงลำห้วย ข้ามกลับมายังจุดที่จอดรถไว้ จุดขึ้นลงลำห้วยนั้นมีความชันประมาณ 40 องศาและมีระยะทางเดินถึงประมาณ 100 เมตร ซึ่งทำให้หลายคนต้องหยุดพักหลายครั้งกว่าจะถึงบนฝั่งได้ นั่งรถกลับมาถึงบ้านเวินบึกก็เย็นมากแล้ว วันนี้คณะอุบลไกด์ได้ออกกำลังโดยการขึ้นเขา-ลงเขา ชมความงามของดอกไม้ป่า โดยเฉพาะดอกกระเจียว ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ ซึ่งสีสันสวยงาม

รวมระยะเวลาที่เราเดินเท้าบนเขาประมาณ 4 ชั่วโมง ความงดงามของธรรมชาติที่เราได้พบมาทำให้เราหายเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง ซึ่งนับว่าคุ้มค่ามากสำหรับวันหยุดและการเดินทางท่องเที่ยววันนี้

ผลไม้..อาหารของสัตว์ป่า

ผลไม้..อาหารของสัตว์ป่า

การเดินทางท่องเที่ยวป่านอกจากการเดินเท้าแล้ว หมู่บ้านโฮมสเตย์บ้านหนองชาด มีบริการให้เช่าม้าเพื่อเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งจะได้รับประสบการณ์ที่แปลกใหม่สร้างความประทับใจได้อีกแบบหนึ่ง

ผู้ที่สนใจจะเดินทางมาเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ ติดต่อจองห้องพักและสอบถามข้อมูลได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 045-249802 , 045-249380 Fax : 045-442002 หรือดูรายละเอียดจาก website : www.dnp.go.th  เวลาที่เหมาะสมในการมาดูดอกกระเจียวคือระหว่างเดือนกรกฎาคม - กันยายน ของทุกปี
 

 Free Website Counter

จัดทำเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2549

 

 
173/2-3 ถ.ศรีณรงค์ เยื้องที่ว่าการอำเภอเมือง จ.อุบลราชธานี

 

อุบลบุรี รีสอร์ท Ubonburi Hotel & Resort

 
 

อุบลราชธานีไกด์

อำนวยการโดย  นายกฤษเพชร ศรีปาน  รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี

สนับสนุนโดย ห้องบันทึกเสียง Yellow Studio อุบลราชธานี

ดูแลและสร้างสรรค์โดย  ครูโอ๊ต เว็บมาสเตอร์บ้านออนซอน

ติดต่อเว็บมาสเตอร์

 10 เมษายน 2553