คลิ๊กที่นี่เพื่อกลับสู่หน้าแรกของอุบลราชธานีไกด์

 

เส้นทางท่ องเที่ยวแนะนำ RouteTourist

เส้นทางการท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ "ลาวตอนใต้"
กระดานข่าว - สนทนา  ข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี
ห้องภาพอุบลราชธานี...เชิญชมและโพสต์ค่ะ
 
 
 
สนับสนุนค่าโฮสต์และโดเมนเนม
 

 

ด่านช่องเม็ก เทศบาลตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร เป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่คณะทัวร์จัดไว้เป็นหนึ่งในรายการทัวร์ของแต่ละเที่ยว ช่องเม็กเป็นจุดผ่านแดนถาวรไทย-ลาวในภาคอีสานเพียงแห่งเดียวที่ไม่มีแม่น้ำโขงขวางกั้น นอกจากเป็นบริเวณที่ประชาชนทั้งสองประเทศผ่านไปมาหาสู่กันแล้ว ทั้งสองฝั่งยังมีตลาดการค้าชายแดนขนาดใหญ่มีสินค้าให้ซื้อมากมาย ซึ่งด่านช่องเม็กจะเปิดทำการเวลา 08.00-18.00 น. ทุกวัน

คณะของเราออกเดินทางจากอุบลราชธานีเมื่อตอนเช้า ราว 09.30 น. เพื่อมุ่งหน้าไปสู่ด่านช่องเม็ก ระยะทางในการเดินทางครั้งนี้ราว 90 กม. โดยไปตามเส้นทางสายเอเชีย 14 (A14) หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 217 ข้ามสะพานรัตนโกสินทร์ 200 ปี สู่อำเภอวารินชำราบ แวะเติมน้ำมันที่ปั๊ม ปต.ท. วารินฯ ซึ่งเป็นจุดนัดหมายของคณะที่ร่วมเดินทางอีกคันหนึ่ง เสร็จสรรพเรียบร้อยก็ออกเดินทางกันต่อไป ผ่านกิ่งอำเภอสว่างวีระวงศ์ ก่อนถึงอำเภอพิบูลมังสาหารประมาณ 1 กิโลเมตร มีสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากแนะนำให้
 ท่านได้แวะเยี่ยมชมนั่นก็คือ วัดภูเขาแก้วครับ ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาในเขตอำเภอพิบูลมังสาหาร เป็นวัดเก่าแก่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2480 ภายในวัดมีพระอุโบสถสวยงาม ประดับตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบทั้งหลัง ภายในพระอุโบสถจะตกแต่งด้วยภาพนูนสูงเลียนแบบศิลปะแบบขอม อยู่เหนือบานประตูและหน้าต่างขึ้นไปเป็นเรื่องราวและภาพจำลองเกี่ยวกับพระธาตุที่สำคัญของประเทศไทย

ออกจากวัดภูเขาแก้วแล้วเดินทางต่อไปจนถึงทางสามแยก ซึ่งทางเลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางหมายเลข 2222 ก็จะเป็นเส้นทางเข้าสู่ตัวอำเภอพิบูลมังสาหาร ซึ่งอาจจะแวะเที่ยวแก่งสะพือก่อนก็ได้ (แนะนำเฉพาะหน้าแล้งเท่านั้นนะครับ เพราะถ้าเป็นหน้าฝนตัวแก่งจะถูกน้ำท่วม (ไม่สามารถมองเห็นได้) แต่คณะของเราเลือกเลี้ยวขวาไปตามเส้นทางหมายเลข 217 ต่อไป เพื่อเดินทาง สู่จุดหมายคือด่านช่องเม็ก ระหว่างทางจะผ่านตัวอำเภอสิรินธร เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานีที่ได้รับการแบ่งเขตการปกครอง ตามหลักการแบ่งอำนาจ เพื่อบริหารราชการแผ่นดินอันก่อให้เกิดประโยชน์แก่การ

ปกครองการให้บริการของรัฐ ความสะดวกของประชาชน และส่งเสริมให้ท้องที่มีความเจริญยิ่งขึ้น ประการสำคัญ อำเภอสิรินธรได้รับการประกาศจัดตั้งขึ้นเป็นกรณีพิเศษ เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวโรกาสที่ทรงมีพระชนมายุครบ 36 พรรษา ในปี พ.ศ.2534 โดยมีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเป็นอำเภอสิรินธร ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2535 และที่สร้างความปกติโสมนัส และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ตลอดจนความเป็นสิริมงคลแก่ประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานีมากที่สุด คือ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระราชทาน พระราชานุญาต ให้ใช้พระนามาภิไธย ของพระองค์เป็นชื่ออำเภอ เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2535

เส้นทางจากอำเภอสิรินธรสู่ตำบลช่องเม็กที่เป็นที่ตั้งของด่านช่องเม็กนั้นเป็นเส้นทางที่ต้องระมัดระวังในการขับรถครับ เพราะเส้นทางจะมีลักษณะเป็นเขาสูง ๆ ต่ำ ๆ ขึ้นอยู่กับลักษณะภูมิประเทศมองเห็นถนนเป็นสายยาวสุดตาน่ามองจริง ๆ ครับไม่นานก็ถึงตำบลช่องเม็ก มองเห็นที่ตั้งของด่านช่องเม็กที่ทราบมาว่ารูปทรงของหลังคาอาคารพยายามที่จะออกแบบให้เสมือนเป็นกลีบบัวสีม่วง ซึ่งตอนนี้การก่อสร้างก็ยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์พอที่จะเปิดทำการได้ก็เลยต้องใช้ช่อง

ทางชั่วคราวที่ใช้ตู้คอนเทรนเนอร์เป็นที่ทำการ ซึ่งการผ่านแดนเข้าสู่ประเทศลาวนั้น ผู้ที่จะเข้าไปต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชนจำนวน 2 แผ่น เพื่อมอบให้เจ้าหน้าที่ฯ ประทับตราจากนั้นเจ้าหน้าที่ฯ ก็จะส่งคืนเรา 1 แผ่น เพื่อใช้แสดงและมอบให้เจ้าหน้าที่ฯ อีกครั้งเมื่อกลับออกมา เมื่อผ่านการตรวจหลักฐานของเจ้าหน้าที่ทางฝั่งไทยแล้ว เราก็เดินทางผ่านช่องทางเข้าประเทศลาวได้เลย และจะต้องแสดงหลักฐานอีกครั้ง

 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทางฝั่งลาว ได้ประทับตรา และจะต้องจ่ายค่าบัตรผ่านแดนอีกคนละ 5 บาท (ขั้นตอนนี้สำหรับการเข้าไปเดินซื้อสินค้าทางวังเต่า ประเทศลาวเท่านั้น ถ้าจะนำรถเข้าไปหรือเข้าไปท่องเที่ยวจะต้องผ่านขั้นตอนมากกว่านี้)ขณะผ่านช่องทางก็อย่าลืมอ่านประกาศต่างๆ ที่ติดไว้นะครับเราจะได้ทราบว่ามีสินค้าประเภทใดที่ไม่สามารถนำกลับเข้ามาในประเทศไทยได้ อาทิ สินค้าประเภทแผ่นซีดี วีซีดี ที่เป็น

ของไทย ฯลฯ หรือสินค้าชนิดใดบ้างที่จำกัดจำนวนในการนำเข้ามา อาทิ บุหรี่ต่างประเทศ จำกัดจำนวนอยู่ที่คนละ 1 ห่อ สุราต่างประเทศจำกัดจำนวนอยู่ที่คนละ 1 ขวด เป็นต้น คณะของเราเริ่มต้นที่ร้านสินค้าปลอดภาษีหรือ Duty Free ร้านแรกก่อนเลยครับ เป็นร้านขายสินค้าประเภทกระเป๋าส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ ราคาถูก ร้านที่สอง ชื่อร้าน “ดาวเฮือง” มีสินค้าเยอะดีครับส่วนใหญ่จะเป็นพวก

สุราต่างประเทศคณะของเราให้ความสนใจเป็นพิเศษเลือกกันไปทั้งสุรา ไวน์ จนเต็มไม้เต็มมือไปหมด จนลืมนึกไปว่าเรายังต้องลงไปลุยตลาดข้างล่างกันต่อ ส่วนหนึ่งของคณะก็เลยต้องอดเพราะสัมภาระมากหิ้วไม่ไหวขอรอที่หน้าร้าน ส่วนที่เหลือก็เดินทางไปสำรวจสินค้าที่ตลาดข้างล่างกันต่อสินค้าส่วนใหญ่ที่เราพบจะเป็นจำพวกผลไม้ กล้วยไม้ป่า สัตว์ป่า หน่อหวาย ปูภูเขา บักจอง มะขามป้อม พืชสมุนไพร ฯลฯ

โดยผู้ขายส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้าน ลักษณะการวางขายแบบแบกะดินและถ้าสินค้าชนิดไหน ที่ค้าขายโดยการชั่งน้ำหนัก อันนี้ต้องระวังหน่อยเพราะตาชั่งค่อนข้างมาตรฐานต่ำกว่าเกณฑ์นิดหน่อยครับ สินค้าที่พบเมื่อเดินบันไดลงไปก็คือพวกขาตั้งกล้อง นาฬิกา แว่นตา ปากกา ฯลฯ ผู้ขายส่วนใหญ่จะเป็นคนเวียดนาม รองลงมาก็เป็นคนจีนบ้างปะปราย สินค้าพวกนี้ถ้าท่านสนใจควรสอบถามราคาหลาย ๆ ร้านดูก่อนอย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจซื้อในขณะนั้นเพราะอาจมีร้านที่ราคาถูกกว่า

ตลาดข้างล่างสินค้าที่พบมากที่สุดก็จะเป็นพวกแผ่นซีดี เอ็มพีสาม วีซีดี ดีวีดี คาราโอเกะ ทั้งของไทยและเทศ สนนราคาอยู่ที่แผ่นละ 10-20 บาท เพราะไม่มีแผ่นลิขสิทธิ์ เป็นแผ่นเขียน (copy) ถ้าท่านสนใจแนะนำให้เลือกซื้อจากร้านที่เขาให้ทดสอบได้เท่านั้น เพราะท่านอาจจะเจอแผ่นเปล่า หรือแผ่นที่ไม่ตรงกับปก ที่สำคัญอย่าซื้อแผ่นที่เป็นของศิลปินไทยนะครับเพราะท่านจะโดนยึดตอนกลับเข้าสู่ไทยแน่นอน สินค้าอีกอย่างที่พบก็คือประเภทขนมอบแห้ง ซึ่งล้วนแต่เป็นสินค้าที่มาจากประเทศจีนทั้งหมดสินค้าที่เป็นของลาวแท้ ๆ ก็จะเป็นสินค้าพวกผ้า สมุนไพร กล้วยไม้ สัตว์ป่า เครื่องจักสานจากไม้ไผ่ หวายและของป่า ซึ่งพวกผ้าก็มีให้เลือกทั้งผ้าไหมและผ้าประเภทอื่นๆ มากมาย เป็นที่ดึงดูดใจคุณสุภาพสตรีทีเดียว และจากการสอบถามพบว่าสินค้าพวกนี้จะมาจากเวียงจันทน์เป็นส่วนใหญ่เดินเที่ยวกันจนเหนื่อย เริ่มตั้งแต่ร้านแรกเดินลึกลงไปเรื่อย ๆ จนถึงร้านสุดท้ายจนครบทุกร้าน สินค้าส่วนใหญ่ที่พบเป็นชนิดเดียวกันที่แตกต่างกันคือราคา อันนี้ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถส่วนตัวในการต่อรองราคาของผู้ซื้อแล้วล่ะ คณะของเราก็ได้สินค้ากลับไปคนละสองสามอย่าง อากาศวันนั้นช่างร้อนจริง ๆ เริ่มจะหิวข้าวแล้วซิ คณะเราจึงเดินทางกลับ ออกจากด่านช่องเม็ก จะต้องผ่านด่านตรวจสินค้าก่อน ใครที่ซื้อสินค้าไทยกลับเข้ามาจะถูกยึดไปตามกฎระเบียบ จากนั้นเป็นกระบวนการของด่านตรวจคนเข้าเมือง เพื่อตรวจและเก็บหลักฐานเอกสารที่เคยแสดงไว้เมื่อตอนขาเข้า

ออกจากช่องเม็กเราเดินทางย้อนกลับมาเส้นทางเดิม ห่างจากด่านฯไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตรเราก็แวะเข้าร้านอาหาร“ครัวบ้านเฮา” เพื่อเติมพลังให้กับร่างกาย และเดินทางต่อมุ่งหน้าไปที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิรินธรหรือที่ชอบเรียกกันจนติดปากว่า “พัทยาน้อย” วันนี้ได้มีการพัฒนาปรับปรุงไปมากทั้งนี้ก็เนื่องมาจาก นโยบายของ นายกกฤษเพชร ศรีปาน อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ที่เล็งเห็นว่าน่าจะเป็น

จุดท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอุบลราชธานี และเป็นจุดพักรถระหว่างทางของนักท่องเที่ยวที่จะไปด่านช่องเม็กหรือกลับมาจากด่านช่องเม็ก จึงมอบหมายให้ทาง อบจ. อุบลราชธานี ได้เข้าดำเนินการทำประชาคมชาวบ้าน ต.คันไร่ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ที่บ้านใหม่ภูทอง ต.คันไร่ ซึ่งการทำประชาคมดังกล่าวเพื่อสอบความคิดเห็นของชาวบ้านกรณีการเตรียม ลงมือก่อสร้างเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิรินธร บริเวณบ้านใหม่ภูทอง ต.คันไร่ อ.สิรินธร ให้เป็นสถานที่ท่อง

เที่ยวที่คล้ายกับชายหาดบางแสน หรือที่ อบจ.อุบลฯ ต้องการให้เป็น “ทะเลอีสาน”เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเที่ยวมากขึ้น ทั้งนี้จากการสอบถามความคิดเห็นและทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ตลอดจน ผู้ค้าขายบริเวณดังกล่าว ซึ่งมาร่วมการทำประชาคมประมาณ 100 คน และมีฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในครั้งนี้ประกอบด้วย กำนันตำบลคันไร่ ผู้ใหญ่บ้านใหม่ภูทอง นายสมชาย สายจันดี

ส.อบจ. อำเภอสิรินธร, นายก อบต.คันไร่, พัฒนากรอำเภอสิรินธร และรองประธานสภา อบต.คันไร่ ซึ่งชาวบ้านและผู้ค้าขายส่วนใหญ่เห็นชอบ
สำหรับการก่อสร้างเพื่อการปรับปรุงภูมิทัศน์อ่างเก็บน้ำสิรินธร หรือ พัทยาน้อย เพื่อให้กลายเป็นทะเลอีสาน ครั้งนี้ อบจ.อุบลฯ ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 18 ล้านบาท โดยการกันงบประมาณปี 2548 เพื่อใช้ในการก่อสร้าง และเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค.49 เป็นต้นมา ซึ่งการดำเนินการได้มีการนำทรายจากที่อื่นมาถมบริเวณชายหาดหนาจากพื้นเดิมประมาณ 1 ฟุต กินเนื้อที่จากชายฝั่งไปถึงริมน้ำประมาณ 15 เมตร ขณะที่ความยาวตามแนวหาดที่จะปรับปรุงยาวประมาณ 700 เมตร ซึ่งใช้ทรายทั้งหมดประมาณ 50,000 คิวบิกเมตร ส่วนการปรับปรุงชายหาดประกอบด้วย การทำถนนบริเวณชายหาด การทำทางเดิน การทำสวนหย่อม การนำต้นมะพร้าวมาปลูกในบริเวณโดยรอบจำนวนทั้งสิ้น 360 ต้น ส่วนการทำบ้านพักตากอากาศจะมีขึ้นในเฟสที่ 2 จำนวน 6 หลัง พร้อมกับสไลด์เดอร์ โดย อบจ.อุบลฯ หวังให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักเที่ยวได้อีกแห่งหนึ่ง และเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะมีการขอรับพระราชทานชื่อ สถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าว เพื่อเป็นสิริมงคลต่อไป

คณะของเราเข้าไปสำรวจบริเวณชายหาดด้านในของอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิรินธร ที่เพิ่งจะฟื้นจากการถูกน้ำท่วมซึ่งได้รับความเสียหายไม่มากอย่างที่คิดและหลาย ๆ คนเป็นห่วงครับ ถ้าได้รับการปรับปรุงแล้วเสร็จจะมีความงดงามมากกว่านี้ ร้านค้าหลายร้านก็เปิดให้บริการบ้างแล้ว หลังจากนั้นเราจึงย้อนกลับมาที่ร้าน “แพเก็บตะวัน” เพื่อล่องแพชมธรรมชาติรอบ ๆ อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิรินธร ร้านนี้เป็นเพียงร้านเดียวที่มีบริการล่องแพ เจ้าของร้านได้ประสบการณ์มาจากการไปเป็นลูกจ้างทำงานเกี่ยวกับทุ่นลอยน้ำที่ประเทศอินโดนีเซียมา เมื่อกลับมาบ้านจึงได้นำเอาความรู้ที่ได้จากประสบการณ์มาพัฒนา รูปแบบร้านอาหารของตนเอง รายการอาหารที่ให้บริการส่วนมากเป็นพวกปลา หลากหลายเมนู (ประเภทอื่นก็มีนะครับ) ซึ่งรายการที่ร้านแพเก็บตะวัน นำเสนอในคราวนี้ก็เป็นกุ้งแม่น้ำเผา ปลาราดพริก ลาบปลา ปลาช่อนนึ่งมะนาว แพเริ่มออกเดินเครื่องออกจากฝั่งราวบ่ายสองโมงครับเครื่องยนต์ที่ใช้ขับเคลื่อนเป็นเครื่องเรือขนาดเล็กแต่สามารถขับเคลื่อนแพขนาดใหญ่ที่สามารถจุคนได้ถึง 40-60 คนได้สบาย เราได้สัมผัสกับบรรยากาศธรรมชาติที่หาได้ยากจากที่อื่น ล่องแพไปเรื่อย ๆ ฟังเพลงเบา ๆ อาหารอร่อย ๆ กับเครื่องดื่มตามความถนัดจะนั่งโต๊ะหรือปูเสื่อนั่ง นอนตามอัธยาศัย ชมวิถีการดำรงชีวิตของชาวบ้าน ดื่มด่ำกับธรรมชาติที่ยากจะบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรได้ ล่องแพมาเรื่อยๆ จนมาถึงเกาะกลางน้ำ เราจึงเดินทางขึ้นไปเที่ยวชมสถานที่กันต่อ พบครอบครัวหนึ่งที่ใช้เกาะกลางน้ำแห่งนี้เป็นที่พักอาศัยและเลี้ยงสัตว์ จากการที่ได้พูดคุยกับคุณสมบัติ หรือ พี่ตุ๋ย หัวหน้าครอบครัวพบว่าอยู่อาศัยที่นี่มานานแล้วจากรุ่นพ่อจนถึงรุ่นลูก เนื้อที่กว้างใหญ่พอสมควรครับราว 10 ไร่เห็นจะได้ถ้าพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวหรือที่พักตากอากาศก็น่าจะเหมาะซึ่งทางอบต. ช่องเม็กก็มีความสนใจอยู่พอสมควร ออกจากเกาะกลางน้ำแล้วเราก็ล่องแพต่อไปสักครู่เราก็ได้พบวัดป่าโพธิญาณ ที่เป็นสาขาแห่งแรกของวัดหนองป่าพง ลักษณะของวัดทำเป็นทุ่นลอยอยู่บนผิวน้ำ มองจากด้านนอกพบว่าเป็นโรงฉันท์จากนั้นเราจึงหันหัวกลับโดยเลียบมาตามแนวชายฝั่งของที่ทำการเขื่อนสิริธร มองเห็นนักกอล์ฟกำลังประลองฝีมือกันอยู่บนสนามกอล์ฟของเขื่อน สิรินธร อาทิตย์เริ่มจะตกดินแล้วสิ เราเฝ้ามองดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับหายไปบนผิวน้ำเก็บภาพบรรยากาศไปเรื่อย ๆ จนลับตาไป แสงจากดวงอาทิตย์หมดไปแสงที่กำลังเรืองแสงขึ้นมาแทนจะเห็นก็มีแต่แสงจากตะเกียงเจ้าพายุที่ชาวบ้านใช้เป็นเครื่องมือในการล่อแมลงมาเล่นไฟ และตกลงน้ำเป็นอาหารปลา ซึ่งชาวบ้านจะมายกยอขึ้นเพื่อเก็บปลา คืนหนึ่งเขาจะยก 2-3 ครั้ง นับเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดต่อๆ กันมาที่รุ่นลูกหลานควรอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างยิ่งระหว่างการล่องแพ เราก็สอบถามเจ้าของแพ เกี่ยวกับการให้บริการของเขาว่ามีอะไรบ้าง เราก็ได้ข้อมูลมาว่าเฉพาะการล่องแพทั้งวันคิดราคา 1,200 บาท ถ้าค้างคืนบนแพหรือบนเกาะ ราคาอยู่ที่ 1,500 บาท หรืออย่างน้อยที่สุด 3 ชั่วโมง คิดราคา 900 บาทครับถ้าต้องการดนตรีก็มีบริการพิเศษให้เป็นอิเล็กโทน หรือหมอลำซิ่ง รวมค่านักร้อง ประมาณ 1,200 บาท ส่วนอาหารและเครื่องดื่มก็คิดต่างหากราคาก็ตามรายการอาหารที่เลือกครับ เราคิดว่าคุ้มค่าครับ การล่องแพ ในครั้งนี้ที่ได้สัมผัสบรรยากาศที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนถ้าท่านสนใจก็สามารถติดต่อที่คุณสมบูรณ์ บรรเทิงสุข เจ้าของแพ “เก็บตะวัน” โดยตรงได้ที่ โทร. 08-5498-3952 ครับ คณะของเราลับมาถึงฝั่งราวเกือบหนึ่งทุ่ม  และเดินทางกลับอุบลราชธานี

 

ขอขอบคุณเทศบาลตำบลช่องเม็ก นำโดยนายก อบต. ทองพูน ม่านทอง รองนายก อบต. บุญรอด ทวีผล และ สท. เปรมจิตร สิงห์คำ ที่อำนวยความสะดวกในการเที่ยวด่านช่องเม็กและล่องแพอ่างเก็บน้ำ
เขื่อนสิรินธรในครั้งนี้ ซึ่งท่านสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่เทศบาลตำบลช่องเม็ก
โทร. 08-1547-0659 และ 0-4548-5086

 

 

จัดทำเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550

 

 

โรงแรมลายทอง อุบลราชธานี

โรงแรม รีเจนท์พาเลช ขอต้อนรับท่านผู้มีเกียรติทุกท่านสู่อุบลฯ ด้วยความภูมิใจ ร่วมสมัย พร้อมการบริการที่ได้จัดเตรียมไว้เพื่อความสุข และความพึงพอใจสูงสุดของการพักผ่อนทำให้การมาเยือนอุบลฯ ทุกครั้งเต็มเปี่ยมด้วยความหมายได้สมบูรณ์และสัมผัสความผ่อนคลายที่เราเตรียมไว้สำหรับคุณที่หัตถเวช นวด แผนไทย & สปา265-271 ถ.ชยางกูร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลฯ 34000โทร. 0-4526-2920-4 แฟกซ์ 0-4524-5454Chayangkoon Rd., Ubonratchathani 34000Tel. 0-4526-2920-4 Fax 0-4524-5454

อุบลราชธานีไกด์

สนับสนุนโดย ห้องบันทึกเสียง Yellow Studio อุบลราชธานี

ดูแลและสร้างสรรค์โดย  ครูโอ๊ต เว็บมาสเตอร์บ้านออนซอน

ติดต่อเว็บมาสเตอร์

 10 เมษายน 2553