เส้ นทางท่องเที่ยวแนะนำ Tourist Route

ท่องอุบลฯ กับ....เส้นทางธรรมชาติ
ย่ำราตรีที่อุบล : Shutdown in Ubon
เส้นทางการท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ "ลาวตอนใต้"
กระดานข่าว - สนทนา  ข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี
ห้องภาพอุบลราชธานี...เชิญชมและโพสต์ค่ะ
 
ห้องภาพอุบลราชธานี...เชิญชมและโพสต์ค่ะ
 
 
มาเป็นเพื่อนบ้านออนซอน..กันเด้อ
ผู้ดูแลและสร้างสรรค์
สนับสนุน Host  และ Domain
 

ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๙ เป็นปีมหามงคลยิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช  พระมหากษัตริย์นักพัฒนาของโลกทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี “ข้าราชการบำนาญ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๒” ผู้มีความพร้อมที่จะอุทิศตนเพื่อปฏิบัติการพัฒนาชุมตามรอยเบื้องพระยุคลบาท โดยการปรับเปลี่ยนความปราบปลื้ม ปิติยินดีสู่การปฏิบัติบูชาพัฒนาชุมชนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ให้บังเกิดเป็นรูปธรรม เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสอันเป็นมหามงคลยิ่งนี้ ก่อให้เกิดชมรมวัฒนธรรมแห่งสายน้ำอุบลราชธานีขึ้น

ปีพุทธศักราช ๒๕๕๐ เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา ชมรมวัฒนธรรมแห่งสายน้ำอุบลราชธานี ได้นำการศึกษาค้นคว้าถึงความเป็นอุบลราชธานีเมืองนักปราชญ์พบว่า

อุบลราชธานีเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ โบราณคดีและวัฒนธรรมที่เก่าแก่มาประมาณ ๒,๐๐๐-๔,๐๐๐ ปี มีหลักฐานสำคัญ เช่น ภาพเขียนสีที่ผาแต้ม จารึกโบราณสถานยุคเจนละและอีกมากมายจนได้รับขนานนามว่า “อู่อารยธรรมแห่งอุษาคเนย์”
  อุบลราชธานี ได้รับการกล่าวขานทางมุขปาฐะและทางอักษรมาเป็นเวลาเนิ่นนานเป็นที่ยอมรับกันจนกระทั่งถึงปัจจุบันเป็นมงคลนามว่า “อุบลราชธานีเมืองนักปราชญ์” จากข้อมูลการศึกษาค้นคว้าวิเคราะห์วิจัยของนักการศึกษา นักวิชาการ

ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ทรงภูมิความรู้ ภูมิปัญญาชาวบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนปราชญ์ชาวบ้าน ทุกฝ่ายต่างค้นพบและยอมรับในมงคลวลีที่ว่า อุบลราชธานีเมืองแห่งนักปราชญ์กันอย่างถ้วนหน้า อุบลราชธานีจึงเปรียบเสมือน “เพชรเม็ดงามหรืออุบลมณีแห่งดินแดนที่ราบสูงภาคอีสาน”

  อุบลราชธานีศรีวนาลัย ธานีแห่งราชะ ศรีสง่าแห่งไพรพฤกษ์ เป็นจังหวัดเดียวเท่านั้นที่ได้รับพระราชทานนามต่อท้ายว่า “ราชธานี”

คำขวัญอุบลราชธานี “เมืองแห่งดอกบัวงาม แม่น้ำสองสี มีปลาแซบหลาย หาดทรายแก่งหิน ถิ่นไทยนักปราชญ์ ทวยราษฎร์ไฝ่ธรรม งามล้ำเทียนพรรษา ผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์”

 องค์ประกอบความเป็นเมืองแห่งนักปราชญ์ของเมืองอุบลจากการศึกษาเอกสารและคำบอกเล่าของนักปราชญ์เมืองอุบลราชธานี หลายท่านให้ความเห็นว่านาจะมาจากเหตุผลที่มีความเด่นชัด ๓ ประการ คือ

 

  ประการที่หนึ่ง อุบลราชธานีเป็นเมืองแห่งศิลปกรรมที่หลากหลาย ซึ่งมีความต่อเนื่องและเคลื่อนไหวมาโดยตลอด มีชื่อเสียงปรากฏเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ ศิลปะงานเทียนพรรษาเป็นศิลปกรรมที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาอันลึกซึ้งของบรรพบุรุษชาวอุบล ที่ได้สร้างสรรค์สั่งสมและถ่ายทอดศิลปกรรมงานเทียนพรรษาอันงดงามวิจิตรตระการตา ประทับคุณค่าแห่งความภูมิใจของคนในอดีตสู่รุ่นปัจจุบัน กล่าวได้ว่าเทียนพรรษาอุบลราชธานีสืบทอดมาจากรากเหง้าแห่งภูมิปัญญา และพัฒนามาอย่างต่อเนื่องยาวนาน อุบลราชธานีจึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งองค์ความรู้ภูมิปัญญาเกี่ยวกับศิลปะงานเทียน ยากที่จะมีเมืองอื่นใดเสมอเหมือน จึงสมควรได้รับการขนานนามว่า “อุบลราชธานีเมืองแห่งนครเทียน”
ประการที่สอง อุบลราชธานีเป็นเบ้าหลอมแห่งศาสนา ความเชื่อ ปรัชญาธรรมที่ยิ่งใหญ่ ศาสนาพราหมณ์ ก็ดี ศาสนาพุทธทั้งอาจาริยวาทและเถรวาทก็ดี ความเชื่อปรัชญาธรรมที่แปลออกมาในรูปคำสอน วิถีชีวิตขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมก็ดี รวมทั้งคันถธุระ ซึ่งหมายถึงการจัดการศึกษาและการปกครองสงฆ์ และวิปัสสนาธุระ ซึ่งหมายถึงการศึกษาด้านการปฎิบัติธรรม ในอดีตศูนย์กลางการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม คือ วัด ซึ่งทำหน้าที่จัดการศึกษาสรรพวิทยาการต่างๆ ให้กับชุมชนตลอดมา จึงสรุปได้ว่า อุบลราชธานีเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาที่สำคัญในภูมิภาค เป็นเมืองอริยสงฆ์ อุบลราชธานีมีพระสงฆ์ผู้มีศีลาจารวัฒน์งดงาม เคร่งครัดในพระธรรมวินัย เป็นที่เคารพศรัทธาเลื่อมใสของปวงชนมาตั้งแต่อดีตจนกระทั่งถึงปัจจุบัน เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศอย่างกว้างขวาง จึงสมควรได้รับการขนานนามว่า “อุบลราชธานีเมืองแห่งนครธรรม”
ประการที่สาม อุบลราชธานีเป็นดินแดนที่รวมแห่งสายน้ำสำคัญ เช่น แม่น้ำมูล แม่น้ำชี ลำเซบก ลำเซบาย ไหลมาบรรจบกัน ก่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณธัญญาหารนานัปการ เป็นศูนย์กลางแห่งการค้าขายทั้งทางบกและทางน้ำ อันก่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองในทางศิลปะวิทยาการมากมายหลายด้านรวมทั้งสังคมที่สงบสันติสุขตลอดมา จึงสมควรได้รับการขนานนามว่า “อุบลราชธานีนครแห่งอารยธรรม”

จากความโดดเด่นทั้งสามด้านที่กล่าวมา อุบลราชธานี ได้นำผลการศึกษาเสนอมหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี เพื่อทำการศึกษาเรื่องนี้อย่างอย่างเป็นระบบ และมีมติตรงกันว่างานที่จะทำแยกเป็น 2 ส่วน คือ

     1. งานสืบค้น ความเป็นอุบลราชธานีเมืองนักปราชญ์ด้วยการวิจัย โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานีเป็นผู้รับผิดชอบ
     2. งานสืบสานอุดมการณ์อุบลราชธานีเมืองนักปราชญ์ เป็นผู้รับผิดชอบได้เริ่มงานที่เกี่ยวกับ “นครธรรม” นั้น มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานีได้พิจารณาเห็นตรงกันว่าความเป็นเมืองแห่งอริยสงฆ์ สมควรจะได้มีการดำเนินการอย่างรีบด่วน เพราะเรามีพระอริยสงฆ์ทั้งเป็นชาวอุบลราชธานีโดยกำเนิดและจากจังหวัดอื่นที่ได้มาศึกษาเล่าเรียนแล้วนำเอาความรู้หลักธรรมในพระพุทธศาสนาไปเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวาง ทั้งสายคันถธุระและวิปัสสนาธุระ พระอริงยสงฆ์ที่มีชื่อเสียงและก่อคุณประโยชน์ให้กับบ้านเมือง เช่น พระอริยวงศาจารย์ญาณวิมลอุบลสังฆปาโมกข์ พระอุบลลีคุณูปมาจารย์ พระอาจารย์เสาร์ กันตสีลเถระ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ หลวงปู่ชา สุภัทโท ฯลฯ

  พระอริยสงฆ์เหล่านี้ สมควรที่พุทธบริษัททั้งหลาย จะได้ร่วมมือร่วมกิจร่วมใจสร้างอนุสรณ์สถาน เพื่อประเทศเกียรติคุณ ความพร้อม ความเหมาะสมหลาย ๆ ด้านเห็นว่าน่าจะได้ทำจุดแรกให้กับ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต แล้วขยายไปองค์อื่นอีกต่อไป จึงได้ร่วมกันจัดทำโครงการ “พุทธอุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต” ขึ้น ณ ภูจันแดง ต.สงยาง อ.ศรีเมืองใหม่ จ. อุบลราชธานี โดยมีวัตถุประสงค์คือ

      1. เพื่อสืบสานพระพุทธศาสนาให้ยั้งยืน
     2. เพื่อเป็นศูนย์กลางการเผยแพร่พระพุทธศาสนาเพื่อการดับทุกข์ร้อนให้กับชาวโลก
     3. เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนหลักวิปัสสนากรรมฐาน จนสามารถให้บริการนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนทุกระดับ  ทั้งในและต่างประเทศ   

 

บทความโดย : ผศ. อาคม วามะลุน

แปลโดย : Mr. Peter Gadd

 
 

 

อุบลราชธานีไกด์ | www.ubonguide.org

ดูแลและสร้างสรรค์โดย  ครูโอ๊ต  เว็บมาสเตอร์ บ้านออนซอน

 

ติดต่อเว็บมาสเตอร์

 10 สิงหาคม 2551