เส้ นทางท่องเที่ยวแนะนำ Tourist Route

ท่องอุบลฯ กับ....เส้นทางธรรมชาติ
ย่ำราตรีที่อุบล : Shutdown in Ubon
เส้นทางการท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ "ลาวตอนใต้"
กระดานข่าว - สนทนา  ข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี
ห้องภาพอุบลราชธานี...เชิญชมและโพสต์ค่ะ
 
ห้องภาพอุบลราชธานี...เชิญชมและโพสต์ค่ะ
 
 
มาเป็นเพื่อนบ้านออนซอน..กันเด้อ
ผู้ดูแลและสร้างสรรค์
สนับสนุน Host  และ Domain
 

ฉบับนี้อุบลราชธานีไกด์ จะเปลี่ยนบรรยากาศให้ท่านผู้อ่าน
ได้รู้จักกับเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นครั้งแรกของจังหวัดอุบลราชธานี เชื่อว่าหลายๆท่าน
คงยังไม่เคยทราบว่าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้ในอุบลฯเมื่อไหร่และอย่างไร

การก่อสร้างทางรถไฟสายกรุงเทพฯ-อุบลฯ

ทางกรุงเทพมหานครได้มีโครงการให้ก่อสร้างทางรถไฟสายกรุงเทพฯ-อุบลฯ ซึ่งก่อนหน้านั้นได้มีการก่อสร้างทางรถไฟจากกรุงเทพฯถึงเพียงโคราชเท่านั้น จนเมื่อปี พ. ศ. 2473 ได้มีการสร้างทางรถไฟจากโคราชต่อไปจนถึงอุบลฯในปี พ.ศ. 2474 การมาถึงของทางรถไฟ ทำให้อำเภอวารินชำราบกลายเป็นจุดรับส่งสินค้าที่มากับรถไฟ

การก่อตั้งมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

วิทยาลัยอุบลราชธานีเปิดทำการเรียนการสอนครั้งแรกในปีการศึกษา 2531 ต่อมาในปีการศึกษา 2533 วิทยาลัยอุบลราชธานีได้ยกฐานะเป็น มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ 30 กรกฎาคมของทุกปีจะถือว่าเป็นวันคล้ายวันสถาปนาของมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีถือได้ว่าเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งที่ 2 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น

การเสด็จเยือนจังหวัดอุบลราชธานีครั้งแรกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเมืองอุบลเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2498 พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ โดยเสด็จพระราชดำเนินไปยังที่ว่าการอำเภอเมือง และวัดสุปัฏนารามวรวิหาร และได้เสด็จไปลงนามจารึกบนแผ่นศิลาที่แก่งสะพือ อำเภอพิบูลมังสาหาร

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  อุบลราชธานี

สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2461 หรือช่วงรัชกาลที่ 6 เพื่อใช้เป็นศาลากลางจังหวัด บนที่ดินของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ซึ่งเป็นข้าหลวงต่างพระองค์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สำเร็จราชการมณฑลลาวกาว หรือมณฑลอีสาน ต่อมามีการขยาย หน่วยงานราชการ ทางจังหวัดจึงสร้างศาลากลางหลังใหม่ แล้วมอบศาลากลางหลังเก่าให้กรมศิลปากรบูรณะเพื่อจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในปี พ.ศ. 2526 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ในวันที่ 30 มิ.ย. 2532
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ที่แสดงให้เห็นภาพรวมของเมืองอุบล โดยเน้นเรื่องราวของท้องถิ่นทั้งทางด้านภูมิศาสตร์ ธรณีวิทยา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี วัฒนธรรมพื้นบ้าน และชาติพันธุ์วิทยา

  สะพานเสรีประชาธิปไตย

เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2496 ค่าก่อสร้าง แปดล้านบาทเศษ จากงบประมาณแผ่นดิน โดยกรมโยธาเทศบาล (กรมโยธาธิการในปัจจุบัน) เป็นหน่วยงานออกแบบ และควบคุมการก่อสร้าง สะพานกว้าง 9.00 เมตร ยาว 450.00 เมตร วิศวกรผู้ควบคุมงานก่อสร้างสะพานแห่งนี้ชื่อ คุณประสิทธิ์ สุทัศน์กุล (ต่อมาดำรงตำแหน่งโยธาเทศบาล จังหวัดอุบลราชธานีคนแรกบริษัท กำจรก่อสร้าง เป็นผู้รับเหมาสร้างสะพาน จอมพลป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเป็นผู้ตั้งชื่อสะพานว่า สะพานเสรีประชาธิปไตย เพื่อยืนยันถึงการต่อต้านกลุ่มคอมมิวนิสต์ในยุคนั้น

สะพานแห่งนี้ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่เมื่อปีพ.ศ 2532 เปิดใช้ปี 2535 ซึ่งเป็นปีที่อุบลราชธานีอายุครบ 200 ปี คู่ขนานกับ "สะพานรัตนโกสินทร์ 200 ปี" เป็นสะพานที่เชื่อมเส้นทางระหว่างตัวอำเภอเมืองอุบลราชธานีไปยังอำเภอวารินชำราบ

หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ  อุบลราชธานี

หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ อุบลราชธานี เป็นส่วนราชการส่วนกลาง สังกัดหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันพุธที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 และพระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้ชื่ออาคารว่า "หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อุบลราชธานี"  เป็นสถาบันระดับชาติที่ทุกประเทศ มีไว้เพื่อ

อนุรักษ์และเก็บรักษาเอกสารที่ล้นกระแสการปฏิบัติงานของส่วนราชการไว้เป็นเอกสารประวติาสตร์ อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติสืบไป นอกจากนี้ยังมีหน้าที่สำคัญในการติดต่อประสานงาน กับทุกส่วนราชการใน 19 จังหวัด ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ศาลหลักเมืองจังหวัดอุบลราชธานี

สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2515 ในสมัยพลตำรวจตรีวิเชียร ศรีมันตร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลฯ ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2515 โดยสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ พระวัดศรีมหาธาตุ บางเขน กรุงเทพฯ เป็นประธานในพิธี
ต่อมาในวันที่ 16 มกราคม 2519 นายเดชชาติ วงศ์โกมลเชษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลฯ คนต่อมา ได้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฏราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีเปิดศาลหลักเมืองอุบลราชธานี

องบิน 21

กองบิน 21 มีประวัติความเป็นมายาวนานเริ่มต้น เมื่อเดือน มิถุนายน 2464 ได้เกิดไข้ทรพิษและ อหิวาตกโรคระบาด ในท้องที่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานีทางราชการได้ส่ง นายแพทย์และเวชภัณฑ์ โดยทางเครื่องบินมายัง จ.อุบลราชธานี ได้ทันเวลาซึ่งถือได้ว่าได้เกิดสนามบินอุบลขึ้นเป็นครั้งแรก
ครั้นต่อมาในกรณีพิพาทอินโดจีนและ สงครามมหาเอเซียบูรพา

ยังมีการส่งกองกำลัง กองทัพอากาศสนาม มาประจำที่สนามบินส่วน หน้าของกองทัพอากาศ จนกระทั่งเมื่อ4 มิถุนายน 2505 กองทัพอากาศได้จัดตั้งฝูงบินผสม 22 ขึ้นที่บริเวณ ตำบลปทุม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ทางด้านทิศใต้ของสนามบินติดกับตัวเมือง โดยตั้งชื่อหน่วยว่า ฐานบินอุบลราชธานี และต่อมาเมื่อ5 ตุลาคมถึง 3พฤศจิกายน 2505 ได้ทยอยบรรจุเครื่องบินโจมตีฝึก เข้าประจำการทดแทนจนครบฝูงบิน จนกระทั่ง 1 ตุลาคม 2520 ได้เปลี่ยนจาก ฐานบินอุบลราชธานีเป็น "กองบิน 21"ขึ้นตรงต่อ กองทัพอากาศ กองบิน 21 จึงถือเอา วันที่ 1 ตุลาคม 2520 เป็น วันสถาปนา กองบิน 21 เป็นต้นมา

โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์

จังหวัดได้มอบหมายให้กรมราชทัณฑ์ก่อสร้างโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2478 ในวงเงิน 81,000 บาท เป็นอาคารตึก 3 หลัง คือ ตึกอำนวยการและคนไข้นอก ตึกผ่าตัด ตึกพักศพ อาคาร นอกนั้นเป็นเรือนไม้ทั้งสิ้น มีเรือนคนไข้ชั้นเดียว 3 หลัง รับคนไข้ได้ 75 คน ใช้เวลาก่อสร้าง 1 ปีเต็ม ทางจังหวัดได้กระทำพิธีเปิดรับคนไข้เป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2479 ในสมัยที่พระปทุมเทวาภิบาล เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ตั้งชื่อว่าโรงพยาบาลอุบลราชธานี ภายหลังจึงได้เปลี่ยนชื่อ เป็น โรงพยาบาลสรรพ สิทธิประสงค์

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เป็นมหาวิทยาลัยอุดมศึกษา ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2490 ได้เปิดเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูอุบลราชธานีขึ้น จนกระทั่งปีการศึกษา 2547 ได้ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

พระราชพิธียกช่อฟ้าฝังลูกนิมิต วัดศรีอุบลรัตนาราม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินประกอบพระราชพิธียกช่อฟ้าฝังลูกนิมิต ณ วัดศรีทอง และพระราชทานนามวัดใหม่ว่า วัดศรีอุบลรัตนาราม เมื่อปีพ.ศ 2511 ซึ่งวัดนี้เป็นวัดที่สำคัญและเก่าแก่ของจังหวัดอุบล สร้างเมื่อปี พ.ศ.2389 เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วบุษราคัม พระคู่บ้านคู่เมืองของชาวอุบลราชธานี

 

บทความโดย  :  หัวหน้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ อุบลราชธานี

 
 

 

อุบลราชธานีไกด์ | www.ubonguide.org

ดูแลและสร้างสรรค์โดย  ครูโอ๊ต  เว็บมาสเตอร์ บ้านออนซอน

 

ติดต่อเว็บมาสเตอร์

 13 ԧҤ 2551